เทคนิคลดน้ำหนักให้ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้บอกได้เลยว่าในปัจจุบันนั้นถ้าลองหันไปดูรอบตัวเราจะพบเลยว่ามีกลุ่มคนที่น้ำหนักเกินกว่ามาตรฐานมากกว่า 10 คนขึ้นไป ซึ่งนั่นก็มีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นแต่ก็ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะปรับเปลี่ยนให้น้ำหนักกลับมาอยู่ในระดับมาตรฐานและมีสุขภาพที่ดีไปควบคู่กัน เพราะฉะนั้นเรามาลองเรียนรู้วิธีที่จะทำให้เกิดการปรับปรุงเพื่อที่จะช่วยในเรื่องของการดูแลรูปร่างและดูแลสุขภาพได้ ดังนี้

1.หาเหตุผลให้เจอ

            หลายคนมักจะไม่เคยตอบตัวเองได้เลยทุกครั้งที่เริ่มท้อจากการลดน้ำหนัก นั่นก็คือเรื่องของเหตุผลที่ทำไมเราจึงจะต้องลดน้ำหนัก มีเหตุผลที่ว่าบางคนอาจจะตอบแบบขอไปทีแต่ทางที่ดีเพื่อเป็นการเพิ่มกำลังใจและทำให้ตัวเองมีพลังในการที่จะดูแลสุขภาพและลดน้ำหนักนั้นต้องบอกได้ว่าควรเป็นเหตุผลจริงโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของสุขภาพเป็นหลัก ซึ่งหลายคนเลยทีเดียวที่ต้องการจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นจึงสามารถทำได้

2.ตั้งเป้า

            และต่อมาสิ่งที่สามารถทำได้เลยก็คือการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน และต้องบอกด้วยว่าในส่วนของเป้าหมายที่ว่านั้นควรที่จะต้องเป็นเป้าหมายที่เราสามารถทำได้จริงหรือทางที่ดีในการตั้งเป้าที่ว่านั้นไม่ควรที่จะไกลเกินตัวบางคนอาจจะเริ่มลดน้ำหนักให้คงที่ประมาณ 2-3 กิโลกรัมก่อน หลังจากนั้นจึงจะมีการขยับไปเรื่อยๆซึ่งในส่วนนี้ก็จะทำให้เมื่อสามารถทำตามเป้าหมายได้สำเร็จก็จะมีพลังในการทำต่อไปเรื่อยๆ

3.แผนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์

            บางคนนั้นอาจจะเลือกวิธีการลดน้ำหนักตามแอพพลิเคชั่นต่างๆที่คอยแนะนำว่าควรที่จะต้องทำอย่างไร แต่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่กล่าวมาอาจจะเป็นพื้นฐานสำหรับคนส่วนใหญ่ทั่วไปแต่บางคนนั้นก็อาจจะไม่ได้ว่างหรือไม่ได้มีเวลาที่ตรงกันอยู่ตลอด ทำให้ไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้อย่างสำเร็จเพราะฉะนั้นแล้วพยายามเลือกในรูปแบบที่เหมาะกับตัวเองและเหมาะกับไลฟ์สไตล์มากที่สุดก็จะช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักได้ดี

            หลายคนอาจจะมองว่าเรื่องของการลดน้ำหนักเป็นเรื่องยากเพราะฉะนั้นแล้วพยายามมองให้เป็นการดูแลสุขภาพ และต้องบอกเลยว่าการที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้ประสบความสำเร็จนั้นควรที่จะต้องทำควบคู่จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน ซึ่งถ้าหากสามารถที่จะทำได้ก็จะลดความท้อทำให้ไม่รู้สึกว่าเป็นการฝืนหรือกดดันมากจนเกินไป โดยเฉพาะในเรื่องของการออกกำลังกายพยายามทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันหรือกายเป็นนิสัยถ้าหากไม่ได้ออกจะทำไม่ได้

นอนน้อยเสี่ยงต่อโรค

1.โรคหัวใจวาย โรคหัวใจและหลอดเลือด

สาเหตุมาจากโปรตีนนั้นจะไปสะสมมากขึ้นในหัวใจเวลาร่างกายตื่นโดยธรรมชาติ แต่ถ้าหากเราไม่นอน หรือนอนดึก สารโปรตีนเหล่านี้จะยิ่งเข้าไปเกาะที่หลอดเลือดหัวใจ ทำให้เกิดการอุดตันได้ส่วนใหญ่มักจะพบในกลุ่มคนที่มีความดันเลือดที่สูงมากผิดปกติ และในผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า 60 ปี มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจถึง 2 เท่า

2.โรคมะเร็งลำไส้

จุดเริ่มต้นของโรคนี้ คือ การนอนดึก ได้มีการศึกษาและวิจัยว่า ในคน 1,240 คน มีคนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมง ถึง 47% จะมีอาการของมะเร็งลำไส้ มากกว่าคนที่นอนหลับอย่างน้อย 7 ชั่วโมงขึ้นไป

3.โรคเบาหวาน

หากคนเป็นโรคเบาหวานพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้ระดับกลูโคสในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 23% รวมทั้งระดับอินซูลินในเลือด ก็สูงขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 48% อีกทั้งในการวิจัยบางส่วนพบว่า คนที่เป็นเบาหวานอยู่แล้วจะเกิดภาวะร่างกายดื้ออินซูลินจากการนอนไม่พออีกด้วย

4.โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง

การนอนน้อย นอนดึกส่งผลทำให้เป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรังได้ ซึ่งจะทำให้เวลานอนต้องใช้เวลาเกินกว่า 30 นาที ถึงจะสามารถหลับได้ หรืออาจจะหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน จนทำให้ตื่นกลางดึก แล้วก็ไม่สามารถหลับอีกเลย และจะต้องมีอาการแบบนี้เกิน 1 เดือน ถึงจะเรียกว่าการนอนไม่หลับแบบเรื้อรังนั่นเอง

5.โรคอ้วน

จากงานวิจัยพบว่าผู้ที่นอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน มีแนวโน้มที่น้ำหนักตัวจะมากขึ้น และเสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้สูง

6.โรคซึมเศร้า

ผู้ที่นอนน้อยหรือมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับนอนหลับ เกิดอาการซึมเศร้าได้ ทั้งนี้ ภาวะนอนไม่หลับซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับการนอนที่พบได้มากที่สุด และเป็นอาการที่เกี่ยวเนื่องกับภาวะซึมเศร้าอย่างเด่นชัด

7.ผิวพรรณไม่ผ่องใส

ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดออกมาย่อยสลายคอลลาเจนและโปรตีนที่ช่วยให้ผิวเรียบตึงหายไป ทั้งนี้ ผู้ที่นอนน้อยหรืออดนอนจะหลั่งโกรทฮอร์โมน โดยฮอร์โมนนี้จะช่วยในการเจริญเติบโตและเพิ่มความสูงเมื่ออายุน้อย